วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568

ประวัติรถบรรทุกคันแรกในโลกและการแบ่งประเภทของรถบรรทุก5ประเภท

ประวัติรถบรรทุกคันแรกในโลกและการแบ่งประเภทของรถบรรทุก5ประเภท รถบรรทุกคันแรกของโลก 1.ประวัติรถบรรทุกคันแรกในโลก รถบรรทุกคันแรกของโลกถูกสร้างขึ้นโดย Gottlieb Daimler ในปี 1896 โครงสร้างเป็นโดยใช้วัสดุจำพวก เหล็ก ล้อทำด้วยไม้ ใช้เครื่องยนต์แบบสองสูบ ขนาดความจุ 1.06 ลิตรและในปีต่อมาได้ทำการเปลี่ยนเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมกับติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ การพัฒนารถบรรทุกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันรถบรรทุกได้พัฒนาการไปมากตั้งแต่รถบรรทุกขนาดเล็กไปจนถึงรถหัวลาก รวมทั้งรถเอนกประสงค์ 2.ประเภทของรถบรรทุก รถบรรทุกถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทและหลากหลายขนาดโดยที่เป็นที่นิยมและมาตรฐานากลที่สุดจะถูกแบ่งออกตามขนาดเพราะว่าเราจะสามารถคำนวณพื้นที่ที่จะไปส่งสินค้าและปริมาณที่จะขนส่งสินค้าแบ่งออกเป็น 6 ประเภทประกอบไปด้วย 2.1.รถกระบะบรรทุก(รถ 4 ล้อ) คือ รถกระบะบรรทุกถูกนำมาแปลงโฉมได้หลากหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจโดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ -รถกระบะบรรทุกตู้ทึบ คือ จะนิยมใช้กันในกลุ่มการขนส่งพัสดุเช่น Kerry flash ไปรษณีย์ เป็นต้นซึ่งหน้าที่หลักๆของตู้ทึบคือไม่เปียกฝนและไม่โดนแดดและไม่ตกหล่นการทาง -รถกระบะบรรทุกคอก คือ จะนิยมใช้กันในกลุ่มเกษตรกรจำพวก พืช ผักผลไม้ และสิ้นต้าอุปโภค เป็นต้น 2.2.รถหกล้อ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ -รถหกล้อคอก คือ ใช้ขนสินค้าประเภทเกษตรกรและสามารถบรรทุกน้ำหนักได้8ตัน -รถหกล้อพื้นเรียบ คือ นิยมใช้ในการขนส่งสินค้าจำพวกวัสดุก่อสร้างและสามารถบรรทุกน้ำหนักได้6ตัน -รถหกล้อตู้ทึบ คือ ขนส่งประเภทสินค้าที่ไม่สามารถเปียกฝนได้และสามารถบรรทุกน้ำหนักได้6ตัน 2.3.รถสิบล้อ คือ ได้รับความนิยมมากใรกลุ่มของผู้ประกอบการเช่นขนส่งปุ๋ย,ขนส่งผลิตผล,สินค้าก่อสร้าง,ขนส่งหินและขนส่งดิน เป็นต้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ -รถสิบล้อพื้นเรียบ คือ นิยมใช้ในการขนส่งสินค้าจำพวกวัสดุก่อสร้างและสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 15 ตัน -รถสิบล้อตู้ทึบ(สิบล้อตู้สิบบาน) คือ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ตู้เย็นอุตสาหกรรม พัดลมขนาดใหญ่ เครื่องออกกำลังกายและสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 14.5 ตัน -สิบล้อคอกดัมพ์/ไม่ดัมพ์ คือ สินค้าหลักๆจะเป็นพวก หิน ดิน เป็นต้น และสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 15 ตัน 2.4.รถพ่วง คือ การข่นส่งโดยใช้รถพวกเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ต้องการขนส่งสินค้าจำนวนมากหรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่ เช่น อุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องจักรขนาดใหญ่ โดยรถพ่วงแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทคือ -รถพ่วงคอก -รถพ่วงคอกดัมพ์ -รถพ่วงตู้ -รถพ่วงพื้นเรียบ โดยทั้ง4ประเภทนี้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 30ตัน 2.5.รถกึ่งพ่วง(รถเทรลเลอร์) คือ ส่วนใหญ่จะใช้ในการขนสงสินค้านำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศหรือใข้ในการขนส่งประเภท,ต้นไม้,ซุง,เสาเข็มเหล็กเส้น เป็นต้น โดยรถกึ่งพ่วงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ -รถตู้คอนเทรนเนอร์ -รถกึ่งพ่วงพื้นเรียบ -รถกึ่งพวงพื้นเรียบหางต่ำ โดยทั้ง 3 ประเภทนี้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 30 ตัน

HINO300 Innovator เรามาดูความพิเศษของรถคันนี้กัน เป็นรถฮีโน่รุ่น Hino 300 Innovator XZU650R ดัดแปลงพิเศษ เครื่องยนต์ขนาด 4000 cc. คอมมอนเรลล์ อินเตอร์คูลเลอร์ 150 แรงม้า

Review รถ Hino 300 Innovator XZU650 ดัดแปลงพิเศษของโรงเรียนบ้านขุนแม่นายHome อัพเดทข่าวสาร ราคา รถบรรทุกฮีโน่ Review รถ Hino 300 Innovator XZU650 ดัดแปลงพิเศษของโรงเรียนบ้านขุนแม่นาย Published by adminlovehino on December 27, 2017Categories Tags HINO300 Innovator XZU650R Modify โรงเรียนบ้านขุนแม่นาย ในวันที่ 25 และ 26 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมาด้วยความร่วมมือของ สถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย บริษัทฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัดสาขาเชียงใหม่ ได้ให้บริจาครถรับส่งนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับโรงเรียนบ้านขุนแม่นาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนในถิ่นธุรกันดาร ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึง 8 ชั่วโมง และเส้นทางในการเข้าถึงจำเป็นต้องใช้รถที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ซึ่งรถบรรทุกที่ฮีโน่จัดทำให้เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ของโรงเรียนนี้ได้ สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่า เพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์จากรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น HINO300 Innovator เรามาดูความพิเศษของรถคันนี้กัน เป็นรถฮีโน่รุ่น Hino 300 Innovator XZU650R ดัดแปลงพิเศษ เครื่องยนต์ขนาด 4000 cc. คอมมอนเรลล์ อินเตอร์คูลเลอร์ 150 แรงม้า เกียร์แมนนวล 5 เกียร์เดินหน้า 1 เกียร์ถอยหลัง ระบบขับเคลื่อนสามารถปรับเปลี่ยนได้ทั้ง ขับเคลื่อน 2 ล้อ (4×2) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4×4) ด้วยระบบไฟฟ้า มีระบบ Diff lock ช่วยให้สามารถลุยผ่านพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงได้ เมื่ออยู่ในโหมด Diff lock ทุกล้อจะมีการส่งถ่ายแรงเท่ากัน สามารถควบคุมได้ง่ายเพียงแค่กดสวิตช์ในห้องโดยสาร มีระบบรอกสลิงไฟฟ้า (Winch) ในกรณีที่รถติดหล่ม ทำให้สามารถลากตัวเองออกมาจากหล่มเองได้ ไม่ต้องรอให้รถคันอื่นมาลากออก มาพร้อมระบบไฟฮาโลเจนให้ความสว่างกว่าไฟหน้าธรรมดา และตัวรถสีขาวช่วยในการมองเห็นได้ชัดแม้ยามค่ำคืน ระหว่างการเดินทางอาจจะมีสิ่งกีดขวางที่ทอาจทำให้ไฟหน้าและกระจกมองข้างเสียหายได้ จึงได้มีการติดตั้งการ์ดป้องกันไฟหน้าและกระจกมองข้าง ซึ่งทำให้รถคันนี้สามารถผ่านอุปสรรค์ไปได้ในทุกๆพื้นที่ ตัวรถยกสูงพิเศษ ทำให้สามารถลุยไปในพื้นที่ที่ยากลำบากได้ ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ และได้ออกแบบบันไดขั้นที่สองบริเวณหลังล้อ เพือความสะดวกในการปีนขึ้นห้องโดยสาร ระบบเบรคไฮดรอลิคพร้อมระบบลมดันช่วย และมีระบบเบรคไอเสียเสริม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกเป็น 2 เท่า และช่วยลดภาระของเบรคหลักเวลาลงเขาไม่ให้ทำงานหนักจนไหม้ เบรคไม่อยู่ ช่วงล่างเป็นแผ่นแหนบซ้อนพร้อมโชคอัพและมีกันโคลงที่ด้านหลัง ช่วยในการทรงตัวในพื้นที่ธุรกันดาร ยางขนาดใหญ่พิเศษ All Terrain ขนาด 22.5 นิ้ว แบบไม่มียางใน มาพร้อมหม้อลมและสายยางในตัว ช่วยในการเติมลมยางและเป่ากรองอากาศแม้ในถิ่นธุรกันดาร ในกรณีฉุกเฉินสามารถใช้ระบบปั๊มลมไฟฟ้าแทนได้อีกด้วย กระบะด้านท้ายเป็นกระบะที่นั่งโดยสาร 16 ที่นั่งพร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งให้ความปลอดภัยสูงสุด ออกแบบให้สามารถเป็นรถลากจูงได้ในตัว เผื่อในกรณีใช้งานออกช่วยเหลือชุมชน ถังน้ำมันขนาด 100 ลิตร ถ้าใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 4×2 จะวิ่งได้ประมาณ 600 กิโลเมตรบนพื้นราบ ในกรณี 4×4 สามารถใช้ได้ประมาณ 500 กิโลเมตร ส่วนถ้าใช้งานขึ้นเขา เต็มถังจะวิ่งได้ประมาณ 300 กิโลเมตร ถังน้ำมันสำรอง 20 ลิตร 2 ถัง

รถ 6 ล้อ รถหัวลาก รถบรรทุกมือสอง จำเป็นต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อเพื่ออะไร?

รถ 6 ล้อ รถหัวลาก รถบรรทุกมือสอง จำเป็นต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อเพื่ออะไร? การตั้งศูนย์ถ่วงล้อเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของรถบรรทุก รถบรรทุกมือสอง รถบรรทุกมือสอง รถ 6 ล้อ รถหัวลาก รถบรรทุกมือสอง หรือรถบรรทุกประเภทต่าง ๆ ล้อและยางรถ ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญยิ่งส่วนหนึ่งของการขับขี่รถบรรทุก ยางสึก ดอกยางเหลือน้อย มุมองศาล้อรถที่ผิดเพี้ยนจากมาตรฐาน จะทำให้สูญเสียการควบคุม สมรรถนะการทรงตัวลดลง อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงต้องมีการตรวจสอบสภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงขณะขับขี่ หากพบสิ่งผิดปกติต้องรีบทำการแก้ไขทันที โดยสาเหตุหลัก ๆ ของการสึกหรอของยางรถหรือองศาของล้อเบี้ยวไปนั้นนอกจากระยะเวลาในการใช้งานหรือถนนที่ไม่ราบเรียบแล้ว นั่นก็คือ การใช้ความดันลมยางที่ไม่เหมาะสมและศูนย์ล้อที่ผิดปกติ ดังนั้น การตั้งศูนย์ถ่วงล้อถือเป็นวิธีการหนึ่งที่มีความสำคัญต้องทำเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจจะพบเจอได้เมื่อใช้งานรถบรรทุกทั้งของใหม่ป้ายแดงและรถบรรทุก ฮีโน่ ที่ใช้เป็นประจำไปนาน ๆ หรือมีการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามโดยเฉพาะรถบรรทุกมือสอง หกล้อมือสอง ซึ่งจะแยกออกเป็น 2 คำ คือ การตั้งศูนย์ และ การถ่วงล้อ ดังนี้ การตั้งศูนย์ เป็นการปรับศูนย์ล้อหรือมุมล้อ ทั้งล้อหน้าและล้อหลังให้วิ่งในแนวเดียวกัน ปรับตั้งค่าองศาของพวงมาลัยและอุปกรณ์ช่วงล่าง ทำให้ระบบช่วงล่างและล้อทำงานสัมพันธ์กัน ปรับมุมล้อที่มีผลต่อการสัมผัสกับพื้นถนนตามมาตรฐานรถแต่ละชนิดระบุไว้ เช่น มุมแคมเบอร์ มุมโท และมุมแคสเตอร์ ทำให้รถวิ่งตรงไม่เอียงซ้ายขวา เป๋ไปมา ป้องกันการกินหน้ายาง ยางรถ 6 ล้อ ยางรถบรรทุกมือสอง ยางหกล้อมือสอง ยางรถหัวลาก ยางรถ hino สึกไม่เท่ากัน การเสื่อมสภาพก่อนเวลาที่ควรจะเป็น ไม่ใช่เป็นการปรับกระทะล้อหรือยาง การถ่วงล้อ คือ การกระจายน้ำหนักของล้อรถ ให้ล้อสมดุลตลอดเส้นรอบวง ชดเชยความไม่สมดุลของน้ำหนักในชุดยางหรือล้อ เพื่อป้องกันการแกว่งหรือสั่นสะเทือน โดยติดตั้งอุปกรณ์กับขอบล้อ ปรับความดันลมยาง หมุนล้อด้วยความเร็วสูง เพื่อวัดค่าความไม่สมดุลของล้อและยาง จึงจะทำให้รู้ว่าต้องเพิ่มน้ำหนักถ่วงล้อด้วยตะกั่วติดไปตามจุดของล้อจุดใด เท่าใด เช่น ติดบนหน้าแปลนขอบล้อ บนแถบกาวด้านหลังซี่ล้อ เป็นต้น เพื่อให้ยางมีความสมดุลมากที่สุด มีทั้งแบบถอดล้อออกถ่วงด้วยเครื่องหรือแบบไม่ถอดล้อด้วยการจี้ จะทำการถ่วงล้อเมื่อมีการเปลี่ยนยางชุดใหม่เสมอเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของล้อรถ ทำให้การขับขี่รถ 6 ล้อ รถ hino 6 ล้อฮีโน่ไม่สั่นสะเทือน ขับขี่นุ่มสบาย ซึ่งต้องทำควบคู่กับการตั้งศูนย์ มักพบปัญหา 2 ลักษณะคือ ความไม่สมดุลของล้อแบบคงที่ (ระนาบเดี่ยว) ความไม่สมดุลของล้อแบบเคลื่อนไหว (ระนาบคู่) ความสำคัญของการตั้งศูนย์ถ่วงล้อในรถบรรทุก การตั้งศูนย์ถ่วงล้อในรถบรรทุก รถ 6 ล้อ รถหัวลาก รถบรรทุกมือสอง เป็นการลดปัญหายางกินใน ยางสึกหรอไม่เท่ากัน ยางหรือดอกยางเสื่อมสภาพเร็วเกินไป อายุการใช้งานยางสั้นลง เช่น ลักษณะหน้ายางด้านหนึ่งสึกน้อยกว่าหรือเรียบกว่าอีกด้าน ซึ่งอีกด้านสึกมากกว่าหรือคมกว่า ลักษณะไหล่ยางด้านในหรือด้านนอกสึกมากกว่าตรงกลาง ลักษณะบล็อกดอกยางในแนวเส้นรอบวงด้านหนึ่งสึกกว่าอีกด้าน เป็นต้น รวมถึงประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ลดลง การควบคุมพวงมาลัย เสถียรภาพการเลี้ยวโค้งไม่สมดุล พวงมาลัยเอียง รถเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เกิดการสั่นสะเทือน ไม่มีความปลอดภัย อาจเกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ตลอดเวลา หากได้ทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ รถ 6 ล้อ hino รถ hino รถหัวลาก รถบรรทุกมือสอง แล้วจะช่วยยืดอายุของล้อและยางให้ใช้งานได้นานขึ้น รถจะวิ่งได้อย่างเหมาะสม วิ่งโดยไม่เสียสมดุล ป้องกันแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่บนท้องถนน สามารถควบคุมรถได้ดีไม่เสียศูนย์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นได้อีกด้วย สัญญาณเตือนเมื่อถึงเวลาต้องทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ขณะขับขี่ขาดความสมดุล รถกินไปทางซ้ายหรือขวา ควบคุมรถไม่ได้ดังใจ การยึดเกาะถนนผิดปกติไปจากเดิม วงเลี้ยวซ้ายและขวาไม่เท่ากัน พวงมาลัยรถ6ล้อไม่อยู่ตรงกลาง เอียงออกจากศูนย์กลาง หรือยังทำมุมเมื่อขับทางตรง พวงมาลัย พื้นรถ แผงหน้าปัด หรือที่นั่ง สั่นสะเทือน ยางเกิดเสียงได้ยินชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าโค้ง หน้ายาง ดอกยางสึกไม่เท่ากันหรือเกิดความเสียหายกับยางและล้อ ยางสึกก่อนเวลาอายุการใช้งานจริง ประสบเหตุกับล้อรถ เช่น ชนฟุตบาท ชนขอบถนน เป็นต้น รถ 6 ล้อ รถบรรทุกมือสอง รถหัวลาก มีการซ่อมแซมช่วงล่างรถหรือระบบบังคับเลี้ยว เปลี่ยนยางใหม่ หรือสลับยางรถแล้วมีอาการสั่น การใช้งานยางจนถึงระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยนยาง ขับขี่รถในทางขรุขระ หลุมบ่อ เกิดการสั่นสะเทือนเป็นประจำหรือรุนแรง อาจทำให้ศูนย์ล้อผิดปกติไปได้ ประเมินเบื้องต้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง การตั้งศูนย์ถ่วงล้อในรถบรรทุก รถบรรทุกมือสอง รถ 6 ล้อ รถหกล้อมือสอง รถหัวลาก รถ hino ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่สำคัญยิ่ง เมื่อผู้ขับขี่สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรถที่ขับขี่เป็นประจำและเมื่อมีการขับขี่รถบรรทุกมือสองครบทุก 1 หมื่นกิโลเมตรหรือทุก 6 เดือน ต้องเข้าไปติดต่อดำเนินการกับศูนย์ hino ศูนย์ฮีโน่ ศูนย์บริการฮีโน่ ซึ่งมีช่างผู้ชำนาญการทำการตรวจสอบในทันที ลดการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของเรา ช่วยยืดอายุการใช้งานล้อและยาง ขับขี่ได้อย่างสมดุล โดยเฉพาะการเข้าโค้งและการเลี้ยวให้คงประสิทธิภาพในการขับขี่ไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้รวมถึงการตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ทั้งภายนอก รอยรั่วต่าง ๆ ความแข็งของเนื้อยาง อายุการใช้งาน ลมยาง อีกด้วย ฮีโน่ซุ่นหลีเทพารักษ์ ศูนย์บริการฮีโน่ อะไหล่ hino ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร บำรุงรักษา ตั้งศูนย์ถ่วงล้อรถบรรทุก รถบรรทุกมือสอง หกล้อมือสอง รถหัวลาก รถ 6 ล้อ hino มีเครื่องมือที่ทันสมัยและแม่นยำ สามารถทำการตรวจสอบความปลอดภัยได้ในทุกขั้นตอน พื้นที่บริการรอต้อนรับลูกค้าอย่างกว้างขวาง ยกระดับให้เป็นศูนย์ฮีโน่ที่มอบความไว้วางใจ ความประทับใจแก่ลูกค้า ด้วยความรวดเร็วในการให้บริการ ช่องทางการติดต่อที่หลากหลายสะดวกง่ายดาย ทั้งบุคลากรที่คอยให้บริการอย่างครบครันรอบด้าน คุณภาพคับแก้ว ความชำนาญของช่างเทคนิคได้รับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง มีทักษะและความเชี่ยวชาญ จากประสบการณ์รถ hino กว่า 61 ปี การันตีคุณภาพจากลูกค้าทุกกลุ่ม มีการรับประกันอะไหล่และงานซ่อม เช็คราคาอะไหล่ฮีโน่ สอบถาม ฮีโน่ 500 6 ล้อ ราคา เราพร้อมให้บริการด้วยความเต็มใจยิ่ง สนใจรถ hino รถ 6 ล้อ หรือหกล้อมือสอง ติดต่อศูนย์ hino ซุ่นหลี

ระบบช่วงล่างของรถยนต์แต่ละประเภท

ระบบช่วงล่างของรถยนต์แต่ละประเภท รูปแบบระบบกันสะเทือน หน้าที่โดยตรงของระบบกันสะเทือน หรือช่วงล่างรถยนต์ คือ “ลดอาการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการกลิ้งของยางไปบนผิวถนน ให้เหลือส่งผ่านไปยังห้องโดยสารน้อยที่สุด” แต่ระบบกันสะเทือนก็ยังมีหน้าที่แฝงอีกหลายรายการ อาทิ ช่วยให้การบังคับควบคุมรถมีเสถียรถาพ รักษาระดับระนาบของตัวถัง ควบคุมให้หน้ายางรักษาสภาพตั้งฉากกับพื้นถนนตลอดเวลา แม้ในขณะเข้าโค้ง ลดอาการยุบตัวและโยนตัว รักษาสมดุลให้รถอยู่ในสภาพปกติ ขณะเคลื่อนที่ผ่านผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ หรือแม้กระทั่งการออกตัวและเบรกอย่างรุนแรง ระบบกันสะเทือนในศัพท์ทางยานยนต์ หมายถึง การใช้สปริงคั่นกลางระหว่าง โครงรถ (Frame), ตัวถัง (Body), เครื่องยนต์, ชุดส่งกำลัง กับล้อ ซึ่งเป็นส่วนที่รับแรงสั่นสะเทือนจากการสัมผัสโดยตรงกับพื้นถนน น้ำหนักของอุปกรณ์ดังกล่าว ตลอดจนน้ำหนักบรรทุกที่อยู่ด้านบนของสปริง ถูกเรียกว่า ‘น้ำหนักเหนือสปริง’ (Sprung Weight) ส่วนที่เหลือซึ่งได้แก่ ล้อ, ยาง, ชุดเพลาท้าย (ในรถที่ใช้คานแข็ง) และระบบเบรก (จานเบรก, ดรัมเบรก, คาลิเปอร์เบรก) จะเป็นน้ำหนักที่สปริงไม่ได้รองรับ ถูกเรียกว่า ‘น้ำหนักใต้สปริง’ (Unsprung Weight) และการพัฒนาช่วงล่างในรถสมัยใหม่ จะมุ่งลดน้ำหนักใต้สปริงลงให้มากที่สุด ช่วงล่างรถยนต์ ถูกแบ่งออกเป็นประเภทได้ดังต่อไปนี้ คานแข็ง (Solid Axle Suspension) ช่วงล่าง ‘คานแข็ง’ ล้อด้านซ้ายและล้อด้านขวาได้รับการจัดวางไว้บนเพลาเดียวกัน เป็นแบบดั้งเดิมที่มีใช้กันมานาน ในปัจจุบันได้รับความนิยมในกลุ่มรถบรรทุก รถในอุตสาหกรรมต่างๆ สำหรับรถนั่งจะเหลือให้เห็นเฉพาะในล้อหลัง ข้อดี คือ แข็งแรง ทนทาน รับแรงบิดได้สูง ต้นทุนในการออกแบบและผลิตต่ำ ส่วนข้อเสีย คือ มีน้ำหนักใต้สปริงมาก เมื่อล้อใดล้อหนึ่งเปลี่ยนระดับ จะส่งผลต่อเนื่องไปยังล้อข้างที่อยู่บนเพลาเดียวกันด้วย การคอนโทรลรถในความเร็วสูงจึงทำได้ไม่ดีนัก อิสระ (Independent Suspension) ล้อทั้ง 2 ฝั่ง (ซ้าย-ขวา) ของช่วงล่างรูปแบบนี้จะเป็นอิสระต่อกัน การเต้นของล้อข้างใดข้างหนึ่งจะไม่ส่งผลต่อล้อที่เหลือ น้ำหนักใต้สปริงมีน้อยกว่า แรงเฉื่อยจากการเต้นของล้อจึงมีน้อยกว่า การเต้นของล้อจึงกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายหันมาใช้อะลูมินัมอัลลอยเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ช่วยให้ล้อหยุดเต้นได้ไวขึ้น การควบคุมรถมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ซึ่งระบบรองรับแบบอิสระแตกแขนงออกไปอีกหลายประเภท ได้แก่ ปีกนก, เซมิเทรลิ่งอาร์ม, แมคเฟอร์สันสตรัท และมัลติลิงก์ ฯลฯ กึ่งอิสระ (Semi-Independent Suspension) ผสมผสานระหว่างช่วงล่างแบบคานแข็งและช่วงล่างแบบอิสระ การเต้นของล้อซ้ายและขวา ยังไม่เป็นอิสระต่อกันแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าแบบคานแข็ง แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าแบบอิสระแท้ๆ จุดเด่น คือ มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่ในการทำงานและติดตั้งน้อย นิยมใช้ในรถขนาดเล็ก ปีกนก (Wishbone Suspension) มีทั้งแบบ ‘ปีกนกเดี่ยว’ และ ‘ปีกนกคู่’ (Double Wishbone) ปีกนกเดี่ยวถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนรูปแบบอื่นๆ เช่น แมคเฟอร์สันสตรัท ทอร์ชันบาร์ ส่วนแบบปีกนกคู่ การออกแบบแตกต่างกันไป เช่น ปีกนกบนและปีกนกล่าง ยาวไม่เท่ากัน แต่ขนานกัน, ปีกนกบนและปีกนกล่าง ยาวไม่เท่ากัน และไม่ขนานกัน ช่วงล่างประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะโดดเด่นเรื่องเสถียรภาพในการเกาะถนน โดยเฉพาะในความเร็วสูง นอกจากช่วงล่างปีกนกจะมีใช้ในรถยนต์นั่งทั่วไปแล้ว รถ SUV หลายๆ รุ่นก็ใช้ระบบกันสะเทือนรูปแบบนี้ด้วยเช่นกัน เซมิเทรลิ่งอาร์ม (Semi-trailing Arm Suspension)แขนเต้น (Trailing-arm) ที่ใช้อยู่ มีทั้งแบบ ‘แขนเดี่ยว’ และ ‘แขนคู่’ ถ้าเป็นแขนเดี่ยวจะเรียกว่า เซมิเทรลิ่งอาร์ม (Semi-trailing Arm) ถูกออกแบบใช้ในล้อหลัง แขนเต้นมีใช้ทั้งแบบตามแนวยาว จุดหมุนยึดติดกับแชสซีทางด้านหน้า และติดตั้งตามแนวขวางที่จุดหมุนยึดติดกับซับเฟรม ช่วงล่างรูปแบบนี้มีให้เห็นมากในรถ MPV ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า จุดเด่น คือ มีชิ้นส่วนในการเคลื่อนที่น้อย ห้องโดยสารจึงออกแบบได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น แมคเฟอร์สันสตรัท (McPherson Strut Suspension) รูปแบบคล้ายคลึงกับช่วงล่างแบบปีกนก เพียงแต่จะมีเฉพาะปีกนกล่าง ช็อคอัพและคอยล์สปริงจะรวมอยู่บนแกนเดียวกัน (Coilover) ทำให้ประหยัดเนื้อที่และลดชิ้นส่วนต่างๆ ลงได้มาก ตัวถังบริเวณที่รองรับชุดแมคเฟอร์สัน ต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ ข้อจำกัดเล็กน้อยของช่วงล่างชนิดนี้ คือ การออกแบบให้ตัวถังรถอยู่ในระดับต่ำ ทำได้ยากกว่าช่วงล่างแบบปีกนก มัลติลิงก์ (Multi-link Suspension) คำว่า ‘มัลติลิงก์’ สื่อความหมายได้ชัดเจน เป็นช่วงล่างที่ใช้แขนยึด (Linkages) หลายจุดที่ใช้อยู่มีทั้ง โฟร์บาร์ลิงก์เกจ์, ไฟว์ลิงก์ หรือแขนยึดแบบ 5 จุด วัตถุประสงค์ในการใช้แขนยึดหลายจุด เพื่อต้องการควบคุมมุมล้อให้คงที่อยู่ตลอดเวลาในทุกสภาพการขับขี่ นิยมใช้กับล้อคู่หลัง (ด้านหน้าก็เริ่มมีใช้) โดยเฉพาะในกลุ่ม Luxury Car เพราะโดดเด่นทั้งเรื่องนุ่มนวล และสมรรถนะในการยึดเกาะถนน ทอร์ชันบาร์ (Torsion Bar Suspension) ทอร์ชันบาร์พบเห็นได้ในช่วงล่างด้านหน้าของรถปิกอัพ (ในอดีต) เป็นการนำ ‘เหล็กบิด’ มาประยุกต์ใช้แทนแหนบและสปริงขด ทอร์ชันบาร์จะติดตั้งตามยาวของแชสซีข้างละท่อน ที่ปลายด้านหน้ายึดติดกับปีกนกล่าง ปลายด้านหลังยึดติดกับซับเฟรม หรือแชสซี ซึ่งสามารถปรับแต่งความตึง (ความแข็ง) ของทอร์ชันบาร์ได้ น้ำหนักของรถบวกกับแรงโยนตัวจากการเคลื่อนที่ผ่านผิวถนนขรุขระ จะทำให้ทอร์ชันบาร์บิดตัว ส่งผลให้เกิดคุณสมบัติความเป็นสปริง เช่นเดียวกับสปริงรูปแบบอื่นๆ สรุป ทั้งหมดเป็นรูปแบบพื้นฐานช่วงล่างรถยนต์ที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความคิดสร้างสรรค์ จึงเกิดการผสมผสานช่วงล่างแต่ละแบบเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งตั้งชื่อตามการสื่อสารด้านการตลาดของแต่ละผู้ผลิต แต่แนวโน้มที่จัดเป็นนวัตกรรมสำหรับรถยนต์ในยุคต่อไป เป็นการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาควบคุมการทำงานของช่วงล่าง จะเข้าไปทำงานร่วมกับอุปกรณ์ใด ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ เป้าหมายเพื่อให้ช่วงล่างมาตรฐาน สามารถสนองตอบการใช้งานได้หลากหลายที่สุด NOTE : ช่วงล่างที่ดี ต้องควบคุมหน้ายางให้ตั้งฉากกับพื้นถนนตลอดเวลา ในทุกสภาพการขับขี่

รถยกสูง เป็นอย่างไรและมีกี่ประเภท

รถยกสูง เป็นอย่างไรและมีกี่ประเภท รถกระบะออฟโรดยกสูงสีน้ำเงินไต่เขาติดทะเล เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงได้ยินคำว่า “รถยกสูง” กันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่ารถยกสูงแค่ไหนถึงจะถูกจัดว่าเป็นรถยกสูง แล้วรถยกสูงมีกี่ประเภทกันแน่ วันนี้ Profender มีคำตอบมาบอก! รถยกสูง มีลักษณะเด่นอย่างไร แน่นอนว่าลักษณะเด่นของรถยกสูงคือ ตัวรถถูกปรับแต่งให้มีความสูงกว่าความสูงปกติที่ถูกผลิตมาจากโรงงาน เริ่มตั้งแต่ 0.5 นิ้วขึ้นไป แต่ความสูงที่นักแต่งรถนิยมกันมากก็คือความสูงจากเดิมตั้งแต่ 2 นิ้วขึ้นไป ทำไม รถยกสูง ถึงได้รับความนิยม จุดประสงค์ของการยกสูงมีเหตุผลต่างกันไปตามแต่เจ้าของรถ บางเหตุผลก็เพื่อการใช้งานที่ดีขึ้น บางเหตุผลก็เพื่อภาพลักษณ์และความสวยงามเป็นหลัก เช่นเหตุผลดังต่อไปนี้ ทัศนวิสัยเพิ่มขึ้น มองเห็นได้ไกลขึ้น เนื่องจากตัวรถที่ยกสูงขึ้นมากกว่ารถคันอื่นโดยรอบ สิ่งต่าง ๆ ที่คอยบล็อกมุมมองหายไป ผู้ขับขี่จึงมองเห็นได้ไกลกว่าเดิม บรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นกว่าเดิม ใต้ท้องรถและซุ้มล้อสูงกว่าเดิม มีระยะพื้นที่ว่างให้รถยุบตัวมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เบียดเสียดกับล้อรถจนเคลื่อนตัวไม่ได้ ขับลุยน้ำท่วมขังได้มั่นใจกว่าเดิมว่ารถจะไม่ดับกลางทาง เพราะระดับของห้องเครื่องและห้องโดยสารสูงกว่าเดิม น้ำท่วมไม่ถึง กระเซ็นไม่ถึงจุดสำคัญ ลดปัญหาน้ำเข้าเครื่องหรือห้องโดยสารจนต้องเสียเงินซ่อม ขับลุยพื้นที่ขรุขระ มีหลุมบ่อ หรือสันถนนสูงได้สะดวกกว่าเดิมเพราะมีพื้นที่ว่างระหว่างใต้ท้องรถกับพื้นถนนเยอะขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความเท่ โฉบเฉี่ยว และสะดุดตา เพราะรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ดูแตกต่าง และสะท้อนความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนใครของเจ้าของรถออกมา ประเภทของ รถยกสูง ถึงแม้ว่าดูภายนอกแล้วเราจะไม่เห็นความแตกต่างของรถยกสูงนัก ยกเว้นแต่ความสูงเท่านั้นที่ต่างกัน แต่ว่าความจริงแล้วรถยกสูงยังถูกแบ่งประเภท โดยแบ่งตามลักษณะของการเพิ่มความสูงให้รถเหล่านั้น ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ยกสูงด้วย ชุดยกสำเร็จรูป ช่างกำลังติดตั้งโช๊คอัพยี่ห้อ Profender สีดำ แกนสีเงิน การยกรถให้สูงขึ้นด้วยชุดยกสำเร็จรูปถือเป็นการยกรถในแบบที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด และยังใช้เวลาน้อยที่สุดอีกด้วย ส่วนตัวเลือกของชุดอุปกรณ์ยกสูงมีให้เลือกดังนี้ เสริมสปริง ด้วยการใส่แหวนสเปเซอร์ให้โช๊คอัพแก๊สกึ่งน้ำมัน ซึ่งการใส่แหวนตัวนี้จะช่วยเสริมความสูงให้กับสปริงได้มากถึง 2 นิ้ว ใส่ง่าย และยังถอดแหวนปรับความสูงออกได้เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ วิธีการใส่แหวนโช๊คอัพแก๊สกึ่งน้ำมัน ทำให้รถสูงขึ้น 2 นิ้ว ก้อนรองหัวโช๊คอัพ คือ ไอเท็มเพิ่มความสูงให้รถยนต์โดยไม่ต้องเปลี่ยนโช๊คอัพ เพียงคุณนำก้อนรองหัวโช๊คอัพนี้วางติดตั้งไว้บนโช๊คอัพก็ช่วยเพิ่มความสูงให้รถยนต์ได้แล้วและมากถึง 2 นิ้วเลยทีเดียว แถมยังมีราคาถูกมาก เริ่มต้นที่ 1,000 บาทเท่านั้น สามารถเข้าไปดูก้อนรองหัวโช๊คอัพที่เหมาะกับรถคุณได้คลิกเลย บทความที่น่าสนใจ อยากได้ฟอร์จูนเนอร์ยกสูง 2 นิ้ว ทำยังไง? ยกสูงด้วย การวางคาน วิธีการยกสูงรถออฟโรดด้วยการวางคานนี้จะเพิ่มความสูงรถยนต์ได้มากที่สุด เพราะเป็นการตัดช่วงล่างเดิมออกไปจนหมดแล้วนำคานแข็งตัวใหม่มาใส่แทนที่ ทำเพลาขับขึ้นมาใหม่ แล้วยังผ่าซุ้มล้อให้กว้างขึ้นกว่าเดิมให้เปลี่ยนไปใส่ล้อขนาดใหญ่ ๆ ได้ แต่การยกสูงประเภทนี้มีราคาค่อนข้างแพงเพราะต้องทำทั้งคานและช่วงล่างใหม่ทั้งหมด การยกรถสูงด้วย “ชุดยกสำเร็จรูป” ถือเป็นการยกรถในแบบที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด และใช้เวลาน้อยที่สุด แต่ “การวางคาน” จะเพิ่มความสูงรถยนต์ได้มากที่สุด ก้อนรองปรับองศา สีแดง Profender อุปกรณ์เสริมที่ควรติดตั้งหลัง ยกรถสูง เมื่อยกความสูงของรถเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมติดตั้งอุปกรณ์เสริมดังนี้ เข้าไปใต้ช่วงล่างรถด้วย ปีกนกปรับองศา ดรอปเพลา แหนบแอด ก้อนรองปรับองศา กันแคร้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ช่วงล่างหรือเครื่องยนต์กระแทกเข้ากับโขดหินหรือกิ่งไม้ รวมถึงกันโคลน น้ำ ฝุ่นไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปโดนห้องเครื่องยนต์จนเสี่ยงดับได้ เพื่อเสริมให้การทำงานของเฟืองท้าย เพลา มุมล้อ และอื่น ๆ กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมจนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมเหมือนอย่างก่อนที่จะเพิ่มความสูงให้รถ แต่ทั้งนี้การยกรถสูงเกินกำหนดอาจมีความผิดตามกฎหมาย โดยความสูงของรถตามกฎหมายคือ ความสูงรถยนต์ที่วัดตรงระยะห่างจากกึ่งกลางไฟหน้ากับพื้นถนนต้องสูงกว่า 135 เซนติเมตร ซึ่งหากสูงกว่านี้ เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อทำการตรวจสอบสภาพรถยนต์และแก้ไขลงทะเบียนรถให้เรียบร้อยถึงจะนำมาใช้งานบนท้องถนนได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทาง เพจ Facebook Profender4x4

ทำรถยกสูงดีไหม ยกสูงเท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย รถยกสูง รถโหลดเตี้ย เท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย

ทำรถยกสูงดีไหม ยกสูงเท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย รถยกสูง รถโหลดเตี้ย เท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย ประกันรถยนต์ รวมราคาดีไว้ที่เดียว คลิก การแต่งรถกระบะให้สวยเท่ มีสไตล์ ด้วยการยกสูงรถกระบะ หรือทำกระบะโหลดเตี้ย เป็นที่นิยมในหมู่คนรักรถสุด ๆ ​​แต่ถ้าเหล่ากู๊ดดี้กำลังตัดสินใจจะดัดแปลงรถแบบนี้ อยากให้ลองอ่านบทความนี้ก่อน! heygoody จะพาไปทำความเข้าใจเรื่องนี้กันว่า ทำได้แค่ไหน มีข้อดีข้อเสียยังไง และรถยกสูง โหลดเตี้ยได้เท่าไหร่ถึงไม่ผิดกฎหมาย! ยาวไปเลือกอ่านได้นะ ซ่อน 1) รถยกสูงคืออะไร 1.1) ข้อดีของรถกระบะยกสูง 1.2) ข้อจำกัดของรถกระบะยกสูง 2) วิธีการทำรถยกสูง 3) รถโหลดเตี้ยคืออะไร 3.1) ข้อดีของรถโหลดเตี้ย 3.2) ข้อเสียของรถโหลดเตี้ย 4) วิธีทำรถโหลดเตี้ย 5) ทำรถยกสูง รถโหลดเตี้ยได้เท่าไหร่ ถึงไม่ผิดกฎหมาย 6) ทำรถยกสูง รถโหลดเตี้ย ต้องแจ้งขนส่งไหม 7) แต่งรถเท่ ขับขี่อุ่นใจ ด้วยประกันรถยนต์จาก heygoody ข้อดีของการทำรถยกสูง รถโหลดเตี้ย รถยกสูงคืออะไร รถยกสูงคืออะไร รถยกสูง คือการดัดแปลงรถยนต์ให้มีความสูงมากกว่าปกติ ด้วยการปรับแต่งระบบช่วงล่างของรถ ทำให้ตัวถังรถสูงขึ้นจากพื้น โดยเริ่มตั้งแต่ 0.5 นิ้วขึ้นไป มักทำเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนถนนที่ขรุขระ หรือเพื่อความสวยงามตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ข้อดีของรถกระบะยกสูง ขับขี่ไปยังพื้นที่สมบุกสมบันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ขับลุยน้ำ ขับผ่านหล่มโคลน หรือพื้นที่ขรุขระ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมช่วงล่าง มีมุมมองที่กว้างขึ้นขณะขับขี่ ทำให้มองเห็นถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สร้างความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถติดตั้งยางขนาดใหญ่ขึ้นได้ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะถนน รวมทั้งเสริมอัตราเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรกที่ดีขึ้น ข้อจำกัดของรถกระบะยกสูง มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางที่ค่อนข้างเตี้ย ถ้ายกสูงมาก ๆ อาจมีปัญหาการเข้าออกที่จอดรถในอาคารที่มีเพดานต่ำ เปลืองน้ำมันมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้ยางใหญ่ขึ้น การใช้พลังงานก็มากขึ้นไปด้วย การยกสูงเกินกำหนด จะผิดกฎหมาย และไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันอีกด้วย ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอาจสูงขึ้น โดยเฉพาะค่ายางและระบบช่วงล่าง เช็คเบี้ยประกันรถแบบไม่มีคนโทรกวน วิธีการทำรถยกสูง การทำรถยกสูงหลัก ๆ แล้วแบ่งได้เป็น 2 วิธี คือ การใช้ชุดยกสำเร็จรูป และการวางคาน การใช้ชุดยกสำเร็จรูปเป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะทำได้ง่าย ราคาไม่แพงมาก และไม่ส่งผลกระทบต่อการขับขี่มากนัก วิธีนี้ทำโดยการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้าไปในระบบช่วงล่างเดิม เช่น คานเหล็ก ทอร์คอาร์ม ก้อนรองหัวโช้คอัพ และก้อนเหล็กรองชุดแหนบหลัง ซึ่งสามารถยกรถได้สูงประมาณ 4-10 นิ้ว ส่วนการยกสูงด้วยการวางคานนั้น เป็นวิธีที่นิยมในกลุ่มคนที่ชอบการขับรถออฟโรด หรือต้องการความสูงมาก ๆ วิธีนี้จะเปลี่ยนระบบช่วงล่างเดิมทั้งหมด โดยนำคานแข็งของรถขนาดใหญ่มาดัดแปลงและติดตั้ง ทำให้ได้ความสูงตามที่ต้องการ แต่ก็ต้องใช้งบประมาณสูงและอาจทำให้การขับขี่ไม่นุ่มนวลเท่าเดิม ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน เหล่ากู๊ดดี้ก็ควรพิจารณาให้ดีและปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจนะ! รถโหลดเตี้ยคืออะไร รถโหลดเตี้ยคืออะไร ในขณะที่บางคนชอบรถยกสูง อีกหลายคนก็ชื่นชอบรถโหลดเตี้ย หรือกระบะตัวเตี้ย รถโหลดเตี้ย คือการปรับแต่งรถให้มีความสูงน้อยลงกว่าปกติ โดยการลดระดับความสูงของช่วงล่าง ทำให้ตัวถังรถต่ำลงมาใกล้พื้นมากขึ้น ซึ่งนิยมทำกันมากในกลุ่มรถกระบะและรถสปอร์ต ข้อดีของรถโหลดเตี้ย สวยงาม โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ตมากขึ้น การทรงตัวดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว เปลี่ยนเลน หรือเบรกกะทันหัน แรงต้านลมลดลง ทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น เพิ่มความสนุกในการขับขี่ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถแข่ง ข้อเสียของรถโหลดเตี้ย เสี่ยงต่อการกระแทก หรือครูดพื้นได้ง่าย เมื่อขับผ่านพื้นที่ขรุขระ หรือลูกระนาดบนถนน ขับรถขึ้นลานจอดรถ หรือทางลาดชัน ยากมากขึ้น ถ้าขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง น้ำสามารถเข้ามาในรถและเครื่องยนต์ง่ายขึ้น ถ้าโหลดเตี้ยเกินไป รถอาจกระเด้งกระดอน โยกคลอนไปมา จนรู้สึกนั่งไม่สบาย ถ้าโหลดเตี้ยเกินกำหนด นอกจากบริษัทประกันที่อาจจะไม่คุ้มครองแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย วิธีทำรถโหลดเตี้ย การทำรถโหลดเตี้ยมีหลายวิธี เช่น การใช้โช้คอัพแบบสตรัทเกลียวซึ่งปรับความสูงต่ำได้ การตัดสปริงให้สั้นลง แต่วิธีนี้อาจทำให้การรับน้ำหนักของรถลดลง การใช้ชุดโหลดเตี้ยสำเร็จรูป การใช้ล้อและยางขนาดเล็ก เหล่ากู๊ดดี้ควรระมัดระวังและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการโหลดเตี้ย เพราะการทำไม่ถูกวิธีอาจส่งผลเสียต่อสมรรถนะและความปลอดภัยของรถได้ ทำรถยกสูง รถโหลดเตี้ยได้เท่าไหร่ ถึงไม่ผิดกฎหมาย heygoody ขอเตือน! การทำรถยกสูงหรือโหลดเตี้ยมากเกินไปอาจผิดกฎหมายได้ ตามกฎหมายไทย รถต้องโหลดเตี้ยได้ไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร และยกสูงได้ไม่เกินกว่า 135 เซนติเมตร เมื่อวัดจากกึ่งกลางไฟหน้าถึงระดับพื้นถนน ถ้าเกินกว่านี้ถือว่าผิดกฎหมายทันที มีค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันอีกด้วย ทำรถยกสูง รถโหลดเตี้ย ต้องแจ้งขนส่งไหม รถยกสูงและรถโหลดเตี้ย เป็นรถที่ดัดแปลงระบบรองรับน้ำหนัก ต้องมีหนังสือรับรองจากวิศวกรและต้องแจ้งกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ว่า การดัดแปลงนั้นมีความเสี่ยงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างขับขี่ไหม และแก้ไขรายละเอียดลักษณะรถในเล่มจดทะเบียนรถก่อนนำไปใช้งาน ถ้าเจ้าของรถไม่นำรถไปแจ้งอนุญาตจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปี 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนข้อสงสัยที่ว่า รถยกสูง หรือรถโหลดเตี้ยตรวจสภาพผ่านไหม? ถ้าดัดแปลงไม่เกินจากที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกินระดับที่กฎหมายกำหนด และไม่มีการขออนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ไม่มีหนังสือหนังสือรับรองจากวิศวกร อาจจะทำให้ตรวจไม่ผ่านได้ แต่งรถเท่ ขับขี่อุ่นใจ ด้วยประกันรถยนต์จาก heygoody ไม่ว่าจะเป็นกระบะยกสูงที่ลุยได้สุด ๆ หรือรถโหลดเตี้ยสไตล์สปอร์ตเท่ ๆ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณาให้ดี รวมทั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและกฎหมายเป็นหลัก อย่าลืมว่าการยกสูงหรือโหลดเตี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากจะเสี่ยงโดนปรับแล้ว ประกันยังไม่คุ้มครองด้วยนะ อยากขับรถอุ่นใจตลอดทาง อย่าลืมทำประกันรถยนต์ กับ heygoody เรามีประกันให้เลือกครบ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 2, 3+ หรือ 3 การันตีราคาดี ผ่อน 0% สูงสุดถึง 10 เดือน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. แถมยังสามารถกดซื้อเองได้ตลอด 24 ชม. อีกด้วย สะดวกขนาดนี้ จะรออะไรกันอยู่ล่ะ? ที่มา : Ford RMA, Lenso

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

กิจกรรมทางศาสนาวัดถ้ำทองเจริญธรรม (วัดถ้ำลอด) ที่ดีๆที่ผ่านมา ทำบุญร่วมกัน เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 ปีใหม่ "ปีมะเส็ง" สาธุชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร และใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ทำบุญในวันปีใหม่

กิจกรรมทางศาสนาวัดถ้ำทองเจริญธรรม (วัดถ้ำลอด) ที่ดีๆที่ผ่านมา ทำบุญร่วมกัน เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 ปีใหม่ "ปีมะเส็ง" สาธุชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร และใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ทำบุญในวันปีใหม่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาส วัดถ้ำทองเจริญธรรม พร้อมคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นศิริมงคล ให้แก่สาธุชนและศิษยานุศิษย์ที่มาทำบุญตักบาตร วันขึ้นปีใหม่เช้า ที่ผ่านมา ขออนุโมธนาสาธุๆๆด้วยครับ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาส วัดถ้ำทองเจริญธรรม พร้อมคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นศิริมงคล ให้แก่สาธุชนและศิษยานุศิษย์ที่มาทำบุญตักบาตร วันขึ้นปีใหม่เช้า ที่ผ่านมา ขออนุโมธนาสาธุๆๆด้วยครับ
ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร และใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ทำบุญในวันปีใหม่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาส วัดถ้ำทองเจริญธรรม พร้อมคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นศิริมงคล ให้แก่สาธุชนและศิษยานุศิษย์ที่มาทำบุญตักบาตร วันขึ้นปีใหม่เช้า ที่ผ่านมา ขออนุโมธนาสาธุๆๆด้วยครับ กิจกรรมทางศาสนาวัดถ้ำทองเจริญธรรม (วัดถ้ำลอด) ที่ดีๆที่ผ่านมา ทำบุญร่วมกัน เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 ปีใหม่ "ปีมะเส็ง" สาธุชน
กิจกรรมทางศาสนาวัดถ้ำทองเจริญธรรม (วัดถ้ำลอด) ที่ดีๆที่ผ่านมา ทำบุญร่วมกัน เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 ปีใหม่ "ปีมะเส็ง" สาธุชน ร่วมทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร และใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้ง ทำบุญในวันปีใหม่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาส วัดถ้ำทองเจริญธรรม พร้อมคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นศิริมงคล ให้แก่สาธุชนและศิษยานุศิษย์ที่มาทำบุญตักบาตร วันขึ้นปีใหม่เช้า ที่ผ่านมา ขออนุโมธนาสาธุๆๆด้วยครับ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ เจ้าอาวาส วัดถ้ำทองเจริญธรรม ทำบุญร่วมกัน เมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2568 ปีใหม่ "ปีมะเส็ง"